ภาคีนานาชาติ 8 องค์กร จัดเวทีรวมพลังขับเคลื่อนต่อต้านข่าวลวง ข่าวปลอม

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพมหานคร  กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมกับ  Friedrich Naumann Foundation for Freedom (FNF) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ร่วมกันจัดงาน “International Conference on Fake News”

โดยงาน “International Conference on Fake News”  ที่จัดขึ้นได้รับเกียรติจากผู้แทนภาคีเครือข่ายนักวิชาการ นักวิชาชีพ ในประเทศไทยและผู้แทน จากต่างประเทศเข้าร่วมงาน อาทิ  รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล จากไต้หวัน นักวิชาการด้านสื่อมวลชนจาก  The University of Hong Kong  ผู้ขับเคลื่อนเชิงนโยบายจากพรรค Free Democrat Party สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  รวมถึงผู้แทนจากสํานักข่าว Thomson Reuters และ AFP เข้าร่วมเป็นวิทยากรและร่วมเสวนาในเวทีการต้านข่าวปลอม แนวทางปฏิบัติต้นแบบ ( Best Practice) และวินัยเชิงข่าว

พร้อมกันนี้ได้มีการร่วมลงนามผนึกพลังความร่วมมือและประกาศปฏิญญารวมพลังขับเคลื่อนต่อต้านข่าวลวงข่าวปลอม และสานต่อความร่วมมือจัดงาน  “International Conference on Fake News”    ซึ่งจะเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนให้สังคมไทยรับมือกับปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสมัยใหม่  มีทักษะในการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ใช้สื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

คัทริน บันนัคค์  หัวหน้าสำนักงานประเทศไทย  มูลนิธิฟรีดริช เนามัน  กล่าวว่าการบิดเบือนข้อมูลไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคที่มีสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ  แต่ในทุกวันนี้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวลวงเป็นไปอย่างแนบเนียนกว่าเดิม  ด้วยเหตุนี้มูลนิธิฟรีดริช เนามัน และภาคีเครือข่ายทั้ง 8 แห่ง จึงเห็นพ้องต้องกันในการผนึกพลังต้านปัญหาข่าวลวง เพราะความร่วมมือในวันนี้ จะทำให้ก่อเกิดพลังของภาคพลเมืองมาขับเคลื่อนปัญหานี้ร่วมกัน

ด้าน ออเดรย์ ถัง รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล จากไต้หวัน  ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “การค้นหาความจริงในโลกแห่งการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม” โดยชี้ว่า การรับมือกับโลกของความขัดแย้งและข่าวลวง นั้นจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีมาจัดการคัดกรองและประมวล ผล โดยทำงานอย่างมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่หลากหลาย ที่สำคัญคือรัฐบาลต้องเปิดกว้างเพื่อจะ”รับฟัง” ความเห็นจากประชาชนและสร้างความ “ไว้วางใจ” ให้เกิดขึ้นให้ได้

สำหรับการแลกเปลี่ยนและระดมความเห็นช่วงบ่ายในหัวข้อ “นโยบายสาธารณะเพื่อกำกับดูแลข่าวลวงข่าวปลอมในยุคดิจิทัล” (Public Policy in Handling Mis /Disinformation in Digital Eraมีผู้ให้ความเห็นอย่างกว้างขวางในประเด็นที่สอดคล้องกันว่า การสร้างพลเมืองที่ “ตื่นรู้” และ “เท่าทัน” ข้อมูลข่าวสาร มีความสำคัญและจำเป็น โดยรัฐบาลต้องมีบทบาทและหน้าที่ในการสนับสนุนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อให้เกิดการเท่าทันดังกล่าว  รัฐต้องทำให้ประชาชนเกิดความ “ไว้วางใจ”และเชื่อมั่น อีกทั้งมีข้อเสนอให้เกิด “องค์กรอิสระ” ที่โปร่งใส เชื่อถือได้ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข่าวปลอม ข่าวลวง ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดอันอาจนำไปสู่การสร้างความเกลียดชังหรือใช้ความรุนแรง  เป็นการทำงานบนฐานของ “การมีส่วนร่วม”จากทุกฝ่ายในสังคม

ในช่วงท้ายของการเสวนา มีผู้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีข้อเสนอสอดคล้องกันว่า รัฐบาลควรมีบทบาทในการส่งเสริมให้ประชาชนได้ตื่นรู้ เท่าทันและทำหน้าที่เป็นผู้สร้างสนับสนุนให้มีเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อตรวจสอบข่าวลวงแทนการควบคุมด้วยกติกาที่เคร่งครัดจนอาจละเมิดเสรีภาพในการแสดงความเห็น

อีกทั้งยังมีข้อสังเกตให้มีมาตรการเพื่อดูแลผู้ตกเป็น “เหยื่อ”ของ ข่าวลวงโดยไม่เจตนา  ซึ่งการจัดการข่าวลวงนี้จะสำเร็จได้ต่อเมื่อทุกฝ่ายในสังคมทำงานร่วมกัน สร้างสังคมให้ตื่นรู้กับข่าวในระยะยาวฃส่งเสริมให้เกิดการ “เท่าทัน” ข่าวสารในทุกช่วงวัย  โดยเฉพาะต้องได้รับความร่วมมือจากเจ้าของ platform สื่อออนไลน์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่ข่าวลวงเผยแพร่ด้วย

ที่มา : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์